คุณพ่อค้นพบวิธีกล่อมลูกน้อยด้วย “แท่งหรรษา” คุณแม่มาเห็นยังบอกว่า อืม… ใช้ได้!!

สำหรับหลายๆ ครอบครัวที่กำลังมีเจ้าตัวเล็ก อาจจะทราบกันเป็นอย่างดีว่า การที่จะทำให้ลูกๆ ของเราหลับได้นั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหากลเม็ดหรือนิทานต่างๆ นานามาเพื่อหลอกล่อให้เจ้าหนูน้อยเข้าสู่การนอนหลับ แต่ถ้าหากใครที่ลองใช้ปลาตะเพียน ลูกหมู 3 ตัว หรือเจ้าลูกเป็ดขี้เหร่เข้าช่วยแล้วยังไม่ได้ผลล่ะก็ ลองใช้วิธีของคุณพ่อท่านนี้ดูสิ…     เรื่องราวสุดฮานี้เกิดขึ้นหลังจากที่คุณ Laura Bentley คุณแม่ชาวออสเตรเลียท่านหนึ่งพบบางสิ่งบางอย่างที่ดูไม่เหมือนกับของเล่นเด็กวางอยู่ข้างๆ ลูกน้อยวัย 10 สัปดาห์ของเธอ ซึ่งเจ้าของชิ้นที่ว่านั้นก็คือแท่งหรรษานั่นเอง Laura พบเจ้าแท่งนี้หลังจากที่เธอหลังจากกลับมาจากการออกกำลังกาย “Lucie เป็นเด็กที่หลับยากมาก เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาฉันกลับมาถึงบ้าน สามีของฉันบอกว่าเขาใช้เครื่องสั่นช่วยกล่อมลูกหลับ เขาบอกกับฉันว่ามันได้ผลดีมาก” คุณแม่วัย 30 ปีให้สัมภาษณ์     หลังจากที่ภาพของเจ้าหนูน้อยพร้อมกับทริคการกล่อมเด็กด้วยเครื่องสั่นถูกเผยแพร่ในอินเตอร์เน็ต คุณ Laura ก็กังวลเล็กน้อยว่าชาวเน็ตบางคนอาจจะไม่มองว่ามันเป็นเรื่องตลก และไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ แต่เธอให้สัมภาษณ์ว่ายังมีพ่อแม่อีกหลายครอบครัว ที่ใช้ประโยชน์จากเจ้าเครื่องนี้ในการกล่อมเด็กน้อย “ตอนที่ฉันอัปรูป ก็มีความกังวลนิดหน่อยว่าจะมีคนเห็นด้วยหรือไม่ แต่มันก็ได้ผลตอบรับทางด้านบวกมากกว่าด้านลบ”     อย่างไรก็ตามหลังจากที่พบว่าเจ้าแท่งวิเศษนี้สามารถช่วยกล่อมลูกน้อยได้ ทางด้านคุณ Brad ก็พยายามค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานของมอเตอร์ที่อยู่ภายใน เพื่อดัดแปลงให้มันดูไม่เหมือนกับเซ็กส์ทอยนั่นเอง อืม… นี่สินะประโยชน์อีกด้านหนึ่งที่หลายๆ คนอาจจะมองข้ามไป   ที่มา ladbible

Read More

7 เรื่องเล่าติดเรทของผู้คน แต่อ่านแล้วรู้สึกว่าเป็นเรื่องตลก มากกว่าเรื่องไม่เหมาะสม

เรื่องเล่ากับคนเรานั้นเป็นของคู่กัน คนเรานั้นย่อมต้องพบกับเหตุการณ์อะไรบางอย่างอยู่ทุกวันอยู่แล้ว เพียงแต่มันจะเป็นเรื่องราวแบบไหนก็เท่านั้น ในคราวนี้เองก็เป็นคิวของเรื่องราวติดเรทกันบ้างแล้ว แต่จะให้เล่าเรื่องลามกๆ เฉยๆ อย่างกับนิยายโรแมนติกมันก็จะดูธรรมดาไปนิด ดังนั้นหัวข้อของเรื่องราวในครั้งนี้จึงเป็นเรื่องเล่าติดเรทของผู้คนที่อ่านแล้วรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องตลก มากกว่าเรื่องราวที่ไม่เหมาะสม   ตอนนั้นมันมีงานเทศกาล แล้วมันก็ร้อนมากๆ ฉันนั่งท้องเสียอยู่ในห้องน้ำชั่วคราวที่เอามาตั้งเพื่องานเทศกาลในครั้งนี้โดยเฉพาะ ฉันเหงื่อออกเยอะมากๆ ก็เลยตัดสินใจถอดเสื้อผ้าออก ว่าง่ายๆ ฉันกำลังนั่งโป๊ขี้แตกอยู่ในสวม ในตอนนั้นเองก็มีผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้เปิดประตูของน้ำเข้ามา… ใช่แล้ว ฉันท้องเสียหนักเสียจนลืมล็อกห้องน้ำ!? นึกภาพว่าไปเจอคนแก้ผ้าในห้องน้ำเล็กๆ ที่เหม็นทั้งเหงื่อทั้งอึดูสิ เชื่อว่าทั้งเขาและฉันคงไม่มีใครอยากจะจำมันหรอก   ตอนนั้นผมกำลังตัดผมให้ลูกค้าหญิงคนหนึ่งอยู่ พวกเราคุยกันถูกคอมากเธอจนเธอคิดว่าจะเอารูปสวนที่บ้านของเธอให้ผมดู สวนมันก็ดูดีอยู่หรอกแต่พอเธอเผลอเลื่อนภาพไปอีกภาพนี่สิ… ภาพถ่ายคนอ้าขาโชว์จิมิ๊เต็มหน้าผมเลย   ตอนนั้นผมกำลังเข้าแถวรอรับพัสดุอยู่ในมหาวิทยาลัย มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินกลับมาที่แถวหลังจากที่เธอไปห้องน้ำมา เธอเดินไปเล่นโทรศัพท์ไปจนกระทั่งมาหยุดอยู่ข้างๆ ผม ในตอนที่ผมไม่ได้คิดอะไรนั่นเอง เธอก็ยื่นมือของเธอเข้าไปในกระเป๋ากางเกงของผม ไม่ใช่เพื่อจะล้วงกระเป๋าแต่เพื่อไปเล่นกับส่วนหัวของเจ้าน้องชายของผม ผมตกใจมากและพยายามจะถอยหนีแต่ก็ขยับอะไรมากไม่ได้ ผมเลยหันไปหาเธอตรงๆ แล้วพยายามจะพูดอะไรสักอย่างประมาณว่า “อ่า… ขอโทษนะครับ..” เธอเงยหน้าจากมือถือมามองผม ผมยังจำรอยในตอนนั้นได้แม่นเลย มันเป็นรอยยิ้มเซ็กซี่ๆ ที่เปลี่ยนเป็นสีหน้าตกใจอย่างสุดขีดในเสี้ยววินาที เธอตะโกนว่า “ขอโทษค่ะ” และรีบวิ่งออกประตูไป และผมเห็นเธอคว้าแขนใครบางคนที่แต่งตัวคล้ายกับผมมากไปด้วย ดูเหมือนว่านั่นจะเป็นแฟนของเธอนั่นเอง ไม่น่าเชื่อเลยว่าเรื่องทั้งหมดจะเกิดขึ้นในเวลาแค่ราวๆ สิบวินาที   ตอนนั้นผมเป็นเด็กส่งอาหารและมีการสั่งอาหารมาจากอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ตอนที่ผมกำลังขึ้นลิฟต์อยู่นั่นเองก็มีหญิงแก่ตัวอ้วนคนหนึ่งเข้ามาในลิฟต์ เธอเหงื่อออกเยอะมากๆ และมีฟันหายไปอยู่หลายซี่ แต่ผมก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก จนกระทั่งจู่ๆ เธอก็ควักเต้านมของเธอออกมาจากเสื้อต่อหน้าผมเฉยเลย แถมผมดันมีปัญหากับการสื่อสารมากจนไม่กล้าพูดอะไรอีกต่างหาก ผมได้แต่คิดว่านี่ล่ะนะชีวิตตรู… จนกระทั่งถึงชั้นที่ผมกดไว้ จะบอกว่ามันเป็นช่วงเวลาที่กระอักกระอ่วนที่สุดในชีวิตของผมเลยก็ว่าได้   ตอนที่อายุ 17 ผมเป็นคนส่งของให้กับ FedEx อยู่ช่วงหนึ่ง วันหนึ่งผมไปส่งของตามบ้านตามปกติ การส่งพัสดุของพวกเราต้องได้รับลายเซ็นผมจึงเคาะประตูบ้านเพื่อดูว่ามีใครอยู่ไหม มีเด็กสาวคนหนึ่งเปิดประตูออกมาจากในบ้าน เธอดูเหมือนว่าจะอายุราวๆ 14 ดังนั้นตามกฎแล้วผมจะไม่สามารถให้เธอเป็นคนเซ็นชื่อได้ เมื่อผมถามไปว่ามีคนอื่นอยู่อีกไหมก็มีเสียงจากข้างในดังออกมาว่า “ใครมาเหรอ” ส่วนเด็กสาวก็หันกลับไปตอบแบบสบายๆ ว่า “คนส่งของ” ในตอนนั้นเองผมก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งหลบอยู่ที่มุมกำแพง ร่างท่อนบนของเธอเปลือยเปล่า เธอตะโกนบอกเด็กสาวด้วยใบหน้าแดงก่ำว่า “ปิดประตูซะ ฉันยังไม่ได้ใส่กางเกงในเลย” ผมพยายามอย่างมากที่จะไม่หลุดขำ และบอกกับเด็กสาวว่า “โอเค ผมว่าเธอเซ็นก็ได้”   ผมเป็นคนขับรถอูเบอร์ เคยมีผู้โดยสารคู่หนึ่งจะให้เงินผม…

Read More

ของมันต้องบำรุง!! 10 อาหารช่วยกู้วิกฤตหอยเสื่อมให้กลับมาฟิต แน่น ปึ๋งปั๋งอีกครั้ง

สาวๆ ทั้งหลาย ปัญหาเรื่องสุขภาพของผู้หญิงนั้นเป็นสิ่งที่ต้องควรเอาใจใส่ไม่แพ้กับเรื่องหน้าตา โดยเฉพาะเรื่องของอวัยวะสุดสำคัญที่บ่งบอกความเป็นหญิงของเราก็ต้องได้รับการดูแลอย่างเป็นพิเศษด้วย ยิ่งอายุมากขึ้น ของที่มีก็ย่อมเสื่อมตามกาลเวลา อวัยวะของคนเราก็เช่นกัน เพราะเราใช้ร่างกายทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมงไม่หยุดพักมันก็ต้องมีส่วนสึกหรอกันบ้าง โดยเฉพาะส่วนสำคัญของสาวๆ ที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เพราะว่าอวัยวะส่วนนั้นมีความบอบบางมาก จึงต้องมีการบำรุงรักษาประคบประหงมอย่างดี Katherine Thurer นักสูตินรีเวชผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องของผู้หญิงโดยตรง ได้ออกมาเปิดเผยรายชื่ออาหารถือได้ว่าเป็นประโยชน์ต่ออวัยวะเพศของผู้หญิง ที่ถ้าใครกำลังมีปัญหาเรื่องนี้อยู่ล่ะก็จะต้องเลือกทานอาหารที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ เพื่อที่จะได้รักษาน้องเต่าน้อยของเราให้มีอายุการใช้งานนานๆ   1. กิมจิ กิมจิ อาหารขึ้นชื่อจากประเทศเกาหลีทำมาจากผักต่างๆ ที่นำมาหมักด้วยกัน กิมจิอุดมไปด้วยแบคทีเรียที่ดีต่อสุขภาพ ช่วยให้ลำไส้และช่องคลอดทำงานได้ดียิ่งขึ้น   2. ชา ถึงแม้ว่าการจิบชาอุ่นๆ จะไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพช่องคลอดของสาวๆ แต่มันก็เป็นทางเลือกที่ดีมากกว่าการจิบไวน์หรือการกินของหวานหลังจากการกินอาหาร เนื่องจากว่าในไวน์และของหวานมีน้ำตาลและยีสต์สูง ซึ่งมันก็ไม่ค่อยดีต่อสุขภาพสักเท่าไหร่ เปลี่ยนจากจิบไวน์มาเป็นจิบชาเบาๆ น่าจะดีกว่า   3. แซลมอน แซลมอนเป็นปลาที่อุดมไปด้วยไขมันและโอเมก้า 3 ช่วยบำรุงไม่ให้ช่องคลอดแห้งสำหรับสตรีวัยหมดประจำเดือน ควรทานปลาแซลมอนสัปดาห์ละ 2 ครั้ง หากหาไม่ได้ก็เปลี่ยนมาเป็นอาหารเสริมที่ทำมาจากปลาก็ได้นะ   4. โยเกิร์ต ในโยเกิร์ตอุดมไปด้วยโพรไบโอติกที่จะช่วยบำรุงกระเพาะอาหารรวมไปถึงช่องคลอดด้วยจุลินทรีย์ที่ดีต่อสุขภาพ แต่ทว่าในโยเกิร์ตนั้นมีน้ำตาลที่จะไปเป็นอาหารของแบคทีเรีย ทางที่ดีควรเลือกทานโยเกิร์ตที่มีน้ำตาลน้อยและเพิ่มผลไม้เข้าไปสักหน่อย   5. อโวคาโด ในอโวคาโดถึงแม้ว่าจะอุดมไปด้วยไขมันแต่ก็เป็นไขมันที่ดีต่อสุขภาพ ช่วยสร้างฮอร์โมนเพศให้กับร่างกาย ถ้าหากว่าร่างกายมีฮอร์โมนเพศในระดับน้อยจะทำให้ช่องคลอดของผู้หญิงแห้งอาจจะทำให้เจ็บปวดขณะที่มีเพศสัมพันธ์ได้   6. สตอวเบอร์รี่ ในสตอเบอร์รี่มีวิตามินซีสูงซึ่งจำเป็นต่อต่อมหมวกไตที่ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนเพศและฮอร์โมนอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างคอลลาเจนเพื่อความเด้งดึ๋ง เต่งตึง ให้กับผิวหนัง รวมไปถึงกล้ามเนื้อของน้องสาวเราด้วยแหละ   7. ไข่ วิตามินดีที่อยู่ในไข่จะช่วยทำให้คุณลดอาการเสี่ยงจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า Vaginosis ที่อาจจะมาก่อกวนช่องคลอดสาวๆ   8. ผักคะน้า คะน้ามีปริมาณแคลเซียมและแมกนีเซียมสูงมาก แร่ธาตุทั้งสองนี้จำเป็นต่อกล้ามเนื้อทุกส่วน รวมไปถึงกล้ามเนื้อช่องคลอด ยิ่งกินยิ่งฟิต   9. น้ำเปล่า หากสาวๆ ติดน้ำอัดลมหรือน้ำหวานล่ะก็ ลองเปลี่ยนมาเป็นน้ำเปล่าดูบ้างจะดีกว่า เพราะว่าน้ำตาลทั้งหลายจะรบกวนระบบการทำงานของลำไส้และช่องคลอดได้  …

Read More

12 ทริคการเลี้ยงลูกง่ายๆ ดีๆ ที่จะทำให้ชีวิตของพ่อแม่ทั้งหลายนั้น ง่ายขึ้นอีกหน่อย

การเป็นพ่อแม่คนนั้นมันลำบาก ไหนจะต้องเลี้ยงลูก ไหนจะต้องไปทำงาน แถมยังต้องทำงานบ้านอีก จะดีแค่ไหนนะ ถ้าเราจะสามารถหาวิธีที่จะเลี้ยงลูกได้ง่ายขึ้นหน่อย จะได้มีเวลาไปทำอย่างอื่นมากขึ้น ถ้าหากว่าคุณคิดอย่างนั้นล่ะก็ ถือว่าวันนี้เป็นวันที่โชคดีของคุณเลยเพราะ #เหมียวฝึกหัด ได้นำทริคการเลี้ยงลูกดีๆ ที่จะทำให้ชีวิตของพ่อแม่ทั้งหลายง่ายขึ้นมาฝากแล้วที่นี่   ตัวบอกความเปียกบนผ้าอ้อมเด็ก ยังมีผู้ปกครองทุกคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ ที่ผ้าอ้อมมีแถบพิเศษซึ่งจะกลายเป็นสีฟ้าถ้าเปียก และเป็นสีเหลืองอยู่เสมอหากยังแห้ง   เสียงของเล่นน่ารำคาญใช่ไหม สกอตเทปช่วยได้ บนของเล่นมักจะมีรูที่เป็นที่มาของเสียงอยู่ หารูที่ว่าให้เจอแล้วปิดด้วยสกอตเทปจะช่วยให้เสียงของเล่นที่เคยดัง เบาลงไปได้มาก   หยุดตีกันบนรถได้แล้ว สำหรับพ่อแม่ที่มีลูกที่ยังเล็กมากกว่าหนึ่งคนคงจะเคยเจอปัญหาเด็กตีกันบนรถมาบ้าง วิธีที่จะช่วยได้คือเอากล่องกระดาษเก่าๆ มาตัดทำที่กั้นเสียเลย   ผมตุ๊กตาพันกันเละ มันมีวิธีแก้อยู่ มันมีวิธีแก้ผมพันกันของตุ๊กตาอยู่หลายแบบ บางคนแนะนำให้ใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มลงไปในน้ำและล้างผมของตุ๊กตาในนั้น บางคนยังกล่าวว่าให้ใส่สบู่เล็กน้อยในน้ำร้อน แล้วล้างผมตุ๊กตาบาร์บี้ในนั้น ก่อนจะใช้ครีมนวดผมมานวดอีกที เลือกแบบที่ชอบได้เลย   แก้ไขความหลอนแบบเฉพาะหน้า บางครั้งระหว่างที่เล่นกับตุ๊กตาเด็กๆ อาจจะรุนแรงกับมันเกินไปจนหัวหลุดไปเลยก็ได้ ถ้าหัวมันยังอยู่เราก็อาจจะซ่อมได้อยู่หรอก แต่ถ้าหัวมันหายไปด้วยล่ะก็ โห นี่มันสัตว์ประหลาดชัดๆ แต่จะให้ซื้อตุ๊กตาใหม่บางทีมันก็แพงไปนิดนะ เพราะฉะนั้นเราก็วาดหน้าลงไปเองเลย คิดเสียว่าดีกว่าตัวน่ากลัวไร้หัวก็แล้วกัน   สติกเกอร์ห้องน้ำ การทำให้เด็กผู้ชายเข้าห้องน้ำดีๆ บางทีก็ยากเหลือเกิน แต่ทริคนี้ช่วยคุณได้ ติดสติกเกอร์เป้าปืนไว้ในโถชักโครกสิ แล้วลูกชายของคุณจะรักในการเล็งยิงไปที่มัน ราวกับเขากำลังเล่นเกมอยู่ ในรูป: ตั้งสมาธิ เล็ง กดน้ำ ขอบคุณ   ลูกเอื้อมไม่ถึงก๊อกน้ำใช่ไหม ใช้ขวดสบู่มาช่วยสิ ตัดขวดหรือสบู่เหลว มาต่อก๊อกน้ำให้ยาวขึ้น จะทำให้ก๊อกน้ำนั้นสะดวกขึ้นสำหรับเด็กเล็กๆ ข้อแนะนำคือต้องล้างขวดให้สะอาดจริงๆ และขวดบางประเภทอาจจะมีความคมที่รอยตัดได้   ป้องกันกำแพงเปื้อนได้ด้วยกระดาษ และกรอบรูป การที่ติดกรอบรูปจะทำให้เด็กๆ อยากวาดภาพบนนั้นมากกว่าบนกำแพง ส่วนกระดาษที่ให้นั้น สามารถใช้ได้ตั้งแต่กระดาษโรเนียว กระดาษธรรมดา ไปจนถึงกระดาษห่อเนื้อก็ได้ ที่จริงก็คือกระดาษอะไรก็ได้ที่ราคาไม่แพงมากนั่นล่ะ   สร้าง “ห้องสร้างสรรค์” จากกล่องใบใหญ่ ถ้าคิดว่าลงทุนซื้อกรอบรูปมันมากเกินไป แนะนำให้ลองหากล่องใบใหญ่ๆ มาให้ลูกๆ ของคุณดูสิ ข้างในนั้นเด็กๆ จะสามารถขีดเขียนอะไรก็ได้ แถมยังเป็นการประหยัดงบที่ดีอีกด้วย   ใช้ถ้วยกระดาษ…

Read More

เปิดประวัติบุพเพสันนิวาส ‘แม่มะลิ’ หรือ ‘ท้าวทองกีบม้า’ บุคคลที่ทำให้พวกเราอ้วนจนถึงทุกวันนี้ !!

ในยุคนี้ก็คงไม่มีกระแสอะไรจะมาแรงเท่ากับกระแสออเจ้า หรือละครเรื่องบุพเพสันนิวาสอีกแล้ว ซึ่งภายในเรื่องก็จะมีทั้งตัวละครที่สมมุติขึ้นมาและตัวละครที่เป็นบุคคลจริงๆ ในประวัติศาสตร์ และวันนี้เราก็จะมาเปิดประวัติหนึ่งในตัวละครที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และยังมีอิทธิพลมายังยุคปัจจุบันทุกวันนี้อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นบุคคลในตำนานที่พลิกประวัติศาสตร์เลยทีเดียว แต่จะพลิกแบบไหนก็ไปอ่านกันต่อได้เลย บุคคลที่เรากำลังจะกล่าวถึงนั้นก็คือท้าวทองกีบม้า หรือมารี กีมาร์ (มารีอา กูโยมาร์ เด ปิญญา) หรือแม่มะลิ เพื่อนสนิทแม่หญิงการะเกดนั่นเอง เธอเป็นสุภาพสตรีช่วงกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย เป็นภรรยาของเจ้าพระยาวิชเยนทร์ หรือคอนสแตนติน ฟอลคอนนั่นเอง     ชื่อเสียงตำแหน่งท้าวทองกีบม้านั้นมาจากการปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าห้องเครื่องต้นวิเสทในราชสำนัก และว่ากันว่านางได้ประดิษฐ์คิดค้นขนมไทยที่ได้รับอิทธิพลมาจากอาหารโปรตุเกส เช่น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ทองม้วนและหม้อแกง จนได้รับสมญานามว่าเป็นราชินีแห่งขนมไทย เดิมทีแล้วท้าวทองกีบม้าเป็นชาวคริสเตียนเชื้อสายโปรตุเกส เบงกอลและญี่ปุ่นที่อพยพมาจากอาณานิคมโปรตุเกสจากการเบียดเบียนศาสนาในญี่ปุ่นเมื่อปี พ.ศ. 2135   เจ้าพระยาวิชเยนทร์ สามีของมารี กีมาร์   เมื่อมารีปีอายุได้ 16 ปีก็ได้สมรสกับเจ้าพระยาวิชเยนทร์ ขุนนางชาวกรีกอันเป็นที่โปรดปรานของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ในตอนแรกนั้นบิดาของนางไม่พอใจในพฤติกรรมของฟอลคอนที่หลงใหลในลาภยศสรรเสริญและมักมากในโลกีย์ ฟอลคอนจึงแสดงความจริงใจด้วยการยอมละทิ้งนิกายที่ตนเองนับถือ แล้วเปลี่ยนเป็นนิกายโรมันคาทอลิกตามมารี บิดาของเธอจึงเห็นแก่ความรักของเขาและยินยอมให้ทั้งสองได้สมรสกัน เมื่อครั้งที่ท้าวทองกีบม้าได้เข้ารับราชการในห้องเครื่องต้นก็ได้สร้างสรรค์ขนมหวานขึ้นมาหลายชนิด โดยผสมผสานความรู้ทางด้านการทำอาหารที่มีมาแต่เดิมมารวมเข้ากับวัตถุดิบที่มีในท้องถิ่น และยังสอนความรู้ดังกล่าวให้กับเหล่าสตรีในบัญชา จนเป็นที่เผยแพร่โดยทั่วไปจนมาถึงยุคปัจจุบัน จึงได้รับการยกย่องให้เป็นราชินีแห่งขนมไทยนั่นเอง   .   ซึ่งขนมที่เชื่อว่าท้าวทองกีบม้าได้ดัดแปลงเป็นขนมหวานของไทยนั้นมีดังต่อไปนี้คือ ทองม้วน ทองหยิบ ทองหยอด ทองพลุ ทองโปร่ง ฝอยทอง กะหรี่ปั๊บ ขนมหม้อแก้ง สังขยา ขนมผิง สัมปันนี ขนมขิง ขนมไข่เต่าและลูกชุบ     ไม่แน่เราอาจจะได้เห็นขนมหวานเหล่านี้โผล่ขึ้นมาในละครบุพเพสันนิวาสก็เป็นได้ แต่ถึงแม้ว่าขนมหวานดังกล่าวเหล่านี้จะเต็มไปด้วยน้ำหวานและความอ้วน แต่ ซูซี่ สุษิรา นักแสดงผู้รับบทเป็นแม่มะลิกลับยังมีหุ่นที่เป๊ะมากๆ เห็นแล้วน่าอิจฉาสุดๆ ไปเลย ซึ่งนอกจากจะมีฝีมือและความสามารถในการแสดงดังที่ได้เห็นในละครเรื่องบุพเพสันนิวาสแล้ว เธอยังมีผลงานถ่ายแบบแซ่บๆ ดุเด็ดเผ็ดร้อนให้แฟนๆ ได้ติดตามเรื่อยๆ อีกด้วย หากต้องการติดตามผลงาน สามารถเข้าไปดูได้ในอินสตาแกรม @susiroo ได้เลย   โพสต์ที่แชร์โดย…

Read More

18 ผู้คนที่ต้องไปฝึกเรียนวิธีจอดรถมาใหม่ ใครเขาสอนให้จอดกันแบบนี้ฟระ – เพชรมายา

ในอดีตนับร้อยปีก่อน รถยนต์เป็นของที่หรูหราและมีแต่คนมีเงินจริงๆ เท่านั้นที่จะมีรถยนต์ไว้ในครอบครอง นั่นทำให้รถยนต์มีจำนวนน้อย ปัญหาการจอดรถก็น้อยตามไปด้วย ซึ่งแตกต่างกับปัจจุบันที่เรามักเห็นผู้คนมักง่ายจอดรถสร้างปัญหาไม่เว้นแต่ละวัน วันนี้เพชรมายาจึงขอพาทุกท่านมาชมการจอดรถแบบที่คุณเห็นแล้วต้องกุมขมับ และอยากจะส่งผู้คนเหล่านี้ไปเรียนหัดจอดรถโดยเฉพาะจริงๆ 1. ขับรถมาเจอใครบางคนจอดรถแถมพ่วงเอาไว้แบบนี้ 2. มีความพยายามในการจอดจริงๆ แต่คิดถึงคนที่จะขึ้นบันไดบ้างหรือเปล่า 3. จอดตั้งแต่ดึกยันเช้า ไม่เมาก็สันดานไม่ดี 4. ดูเหมือนจะเป็นการจอดที่พิสดารไปสักหน่อย 5. Green Vihecles ไม่ใช่รถสีเขียวเฟ้ย แต่มันหมายถึงรถที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จำพวกรถใช้ไฟฟ้าหรือรถไฮบริดใช้ทั้งไฟฟ้าและน้ำมัน 6. มีอะไรให้คิดได้มากมายในภาพๆ นี้ 7. ดูเหมือนจะมีฮีโร่รีบไปปฏิบัติภารกิจอะไรบางอย่าง 8. เมื่อมีคนมาแย่งที่จอดคุณ แต่… 9. อีกหนึ่งทางแก้ เวลาที่โดนล็อคล้อ 10. ตัวอย่างของการจอดรถแย่ๆ ไม่เดินหน้าเยอะไป ก็ถอยหลังเยอะเกิน 11. เป็นรถที่จอดบนตึกแห่งนี้มานาน 15 ปี จนกระทั่งตึกถูกทุบ ก็ยังไม่มีเจ้าของมาเอาไป 12. ต้องทิ้งไว้นานแค่ไหน ถึงจะมีสภาพได้แบบนี้ 13. คนจอดรถแย่ๆ บางคน ก็มักทิ้งร่องรอยเอาไว้ (อุตสาห์ถอดป้ายทะเบียนไปซะด้วย) 14. เกิดอะไรขึ้นในภาพนี้ ? 15. นี่อาจเป็นการจอดรถแย่ๆ ครั้งสุดท้าย 16. เหตุผลที่ไม่ควรไปเสี่ยงจอดรถบนพื้นน้ำแข็ง 17. ดูเหมือนลุงกำลังจะหาทางลัด 18. นึกว่า โดมินิก โทเร็ตโต มาจอดเอง สามารถติดตามเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ เพิ่มเติมได้ข้างล่างครับ ที่มา : brightside | เรียบเรียงโดย เพชรมายา

Read More

เราอาจเคยสงสัยว่า ‘ถ้าเครื่องบินพุ่งชนนกแล้วจะเป็นอย่างไร?’ นี่คือภาพของสิ่งที่เกิดขึ้น

พวกเราหลายๆ คนอาจเคยเกิดความสงสัยว่า ถ้าหากมีนกพุ่งเข้ามาชนเครื่องบินขณะที่อยู่บนท้องฟ้าแล้ว เครื่องบินจะได้รับผลกระทบอะไรหรือไม่? โดยในวันนี้เราจะมาเฉลยคำถามนั้นให้เพื่อนๆ ได้รู้กัน นี่คือตัวอย่างของเหตุการณ์ดังกล่าว ในวันที่ 22 มีนาคม 2018 เมื่อเครื่องบิน โบอิ้ง 737 ได้ชนเข้ากับนกตัวหนึ่ง จนเกิดเป็นรูขนาดใหญ่ที่บริเวณด้านหน้าของเครื่อง   ความเสียหายที่เกิดขึ้น เพียงเพราะบินไปชนนกเพียงตัวเดียว   นี่คือเที่ยวบิน CA103 ของสายการบิน Air China ในขณะที่กำลังเดินทางจากเทียนจิน ไปฮ่องกง ระหว่างนั้นกลับมีนกตัวหนึ่งบินเข้ามาชนกับด้านหน้าของเครื่องบินเข้าอย่างจัง ทางลูกเรือจึงแจ้งสถานการณ์ฉุกเฉินไปยังสนามบินฮ่องกง และทำการลงจอดได้อย่างปลอดภัยในที่สุด ไม่มีผู้โดยสารคนไหนได้รับบาดเจ็บใดๆ เลย แต่เมื่อได้มาสังเกตที่บริเวณด้านหน้าของเครื่องบินจึงพบว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการชนของเจ้านกตัวนั้น สร้างความเสียหายเอาไว้ไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว     และจากข้อมูลของสำนักข่าว Shanghaiist บอกว่าอุบัติเหตุนกพุ่งชนเครื่องบินนั้นก็ไม่ได้ถือว่าเป็นเรื่องที่แปลกอะไรมากมาย เพราะจากสถิติในปี 2016 บอกว่าจะมีเครื่องบิน 8 ลำในทุกๆ 10,000 ลำที่ต้องเจอกับเหตุการณ์อะไรแบบนี้อยู่แล้ว มีการอธิบายเพิ่มเติมอีกว่าเหตุการณ์ในลักษณะนี้มักจะเกิดในตอนที่เครื่องกำลังขึ้นหรือลงจอดเป็นส่วนใหญ่ และจะมีโอกาสประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ที่จะเกิดความเสียหายร้ายแรง เนื่องจากความเร็วสูงสุดของเครื่องบินทำให้การชนนก เป็นเหมือนกับการชนเข้ากับแรงที่มีน้ำหนักประมาณ 23,000 กิโลกรัมเลยทีเดียว   เครื่องบินโบอิ้ง 737 ของสายการบิน Air China   นอกจากนั้นหากว่าโชคร้ายมากจริงๆ เครื่องบินอาจจะต้องชนเข้ากับฝูงนกจำนวนมาก เหมือนกับเหตุโศกนาฏกรรมในปี 1960 เมื่อเที่ยวบินที่ 375 ของสายการบิน Eastern Air Line ชนเข้ากับฝูงนกกิ้งโครงจำนวนมหาศาล ทำให้เครื่องบินตกในที่สุด   โศกนาฏกรรมเที่ยวบิน 375 ทำให้มีคนเสียชีวิตไปถึง 62 คน รอดชีวิต 10 คน โดย 9 คนในนั้นบาดเจ็บสาหัส   เหตุการณ์และคำอธิบายเหล่านี้คงช่วยให้เพื่อนๆ หายคับข้องใจกันได้แล้ว และหวังว่ามันคงไม่ได้ทำให้เพื่อนๆ ต้องรู้สึกกลัวการเดินทางบนเครื่องบินมากกว่าเดิมหรอกนะ…

Read More

12 เทคนิคตามหลักการทางจิตวิทยา ที่จะทำให้การใช้ชีวิตง่ายและลงตัวมากยิ่งขึ้น

การใช้ชีวิตในแต่ละวันเรามักจะต้องเจอกับปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ที่คอยมากวนใจ แต่เรากลับไม่รู้ว่าควรจะต้องทำอย่างไรกับมันดี หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่คิดไม่ตกเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ เราขอแนะนำให้ได้ลองมาอ่านเทคนิคเหล่านี้กันดู นี่คือเทคนิคตามหลักการทางจิตวิทยาที่จะช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ในชีวิตประจำวันของเราได้ หากอยากรู้ว่าต้องทำอย่างไรแล้วมันจะช่วยในเรื่องไหน ก็จงเลื่อนเมาส์ลงไปอ่านกันได้เลยยย     1. การลดความตึงเครียด ถ้าหากว่าเราต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความกังวลใจอย่างเช่นการออกไปพูดหน้าห้อง หรือการกระโดดบันจี้จัมพ์ การเคี้ยวหมากฝรั่งสามารถช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ เพราะเมื่อไหร่ที่เรากำลังกินอะไรสักอย่าง สมองเราจะสั่งการว่า “เราคงไม่กินในเวลาที่เราตกอยู่ในอันตราย เพราะฉะนั้นตอนนี้เราจึงไม่ตกอยู่ในอันตราย” นั่นเอง   2. การเผชิญหน้า เวลาที่เราเข้าไปในห้องประชุมแล้วคิดว่ามีคนที่ประสงค์ร้ายกับเราอยู่ ให้เราไปนั่งข้างๆ คนคนนั้นเลย เพราะวิธีการนี้จะทำให้เขารู้สึกกระอักกระอ่วน ไม่กล้าที่จะพูดอะไรแย่ๆ หรือทำร้ายจิตใจเราที่นั่งอยู่ใกล้ขนาดนี้ ลองคิดดูว่าคงไม่มีใครที่จะอยากนั่งข้างๆ กับคนที่เรานินทาอยู่หรอกจริงมั้ย   3. การล้วงข้อมูลจากอีกฝ่าย หากเราต้องการให้เพื่อนบอกอะไรบางอย่างมาก ให้ลองถามเพื่อนไปสัก 1 คำถาม ถ้าหากเพื่อนคนนั้นให้คำตอบแค่กับสิ่งที่เราถามไปเพียงอย่างเดียว ให้เราเงียบแล้วจ้องตาเขากลับไปสักไม่กี่วินาที จากนั้นเดี๋ยวเพื่อนเราก็จะพูดอะไรสักอย่างขึ้นมาเอง อาจดูกวนประสาทไปบ้าง แต่มันได้ผลจริงๆ     4. การสร้างแรงดึงดูด ในบ้านเรามักจะไม่ได้ใช้การจับมือทักทาย แต่หากเรามีโอกาสได้จับมือกับใครสักคน เราควรจะต้องทำให้มือของเราอบอุ่นเข้าไว้ดีกว่าการยื่นมือเย็นๆ ไปจับ และหากเราได้เจอกับใครคนหนึ่งเป็นครั้งแรก การที่เราลอกเลียนแบบลักษณะท่าทางของฝ่ายตรงข้ามอย่างแนบเนียน จะช่วยสร้างความเชื่อใจและทำให้เขาคิดว่าเราสองคนดูเหมาะสมกัน   5. การลบล้างบางสิ่งที่ฝังอยู่ในหัว หลายๆ คนอาจมีเพลงที่ติดอยู่ไม่สามารถเอาออกไปจากหัวสมองของตัวเองได้เลย วิธีแก้คือให้เราคิดถึงตอนจบของเพลงนั้น เพราะตามหลัก Zeigarnik effect อธิบายไว้ว่าจิตใจของเรามักจะคิดถึงแต่เรื่องที่ไม่มีตอนจบ ไม่สมบูรณ์ ดังนั้นการคิดถึงท่อนจบของเพลงจึงช่วยหยุดวงเวียนความคิดนั้นของเราได้   6. ต้องการให้คนรอบข้างเห็นด้วย เมื่อไหร่ที่เราถามคำถามแล้วต้องการให้คนรอบข้างเห็นด้วย ให้เราพยักหน้าไปสักหนึ่งครั้งในระหว่างนั้น การกระทำนี้จะช่วยให้อีกฝ่ายเริ่มคิดว่าเรื่องที่เราพูดไปมันคงจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ แล้วตัวเขาก็ควรที่จะพยักหน้าเห็นด้วยตามเราไป     7. การเช็กว่ามีคนแอบจับตามองเราอยู่หรือไม่ หากรู้สึกเหมือนว่ามีคนบางคนกำลังมองเราอยู่แต่ยังไม่แน่ใจ ให้เราพยายามหาวออกมาแล้วหันไปจ้องคนที่เราสงสัย ถ้าคนคนนั้นหาวออกมาเหมือนกัน แสดงว่าเขากำลังแอบจับตามองเราอยู่ เพราะการหาวคืออาการที่ติดต่อกันได้ผ่านการมองเห็น   8. การมองหาหนทางสัญจร เมื่อไหร่ที่เราต้องเจอกับการสัญจรที่แออัด ตามสถานีรถไฟฟ้าหรือสนามบิน ให้เราจ้องมองไปยังเป้าหมายที่เราจะไป…

Read More

8 กิจวัตรยามเช้า ที่คุณควร “หยุดทำได้แล้ว” เพราะมันไม่ดีต่อสุขภาพหรอกนะ!!

นับตั้งแต่ตื่นนอนขึ้นมาในเวลาเช้า นั่นเป็นสัญญาณเริ่มการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันของเรา ไม่ว่าจะเป็นล้างหน้า แปรงฟัน อาบน้ำ แต่งตัว และอื่นๆ โดยปกติแล้วกิจวัตรสำหรับแต่ละคนจะเป็นพฤติกรรมที่ทุกๆ คนทำซ้ำๆ ในทุกๆ วันด้วยความเคยชิน แต่หารู้ไม่ว่าช่วงเช้านั้นสำคัญมาก เพราะมันเป็นการเริ่มต้นของทุกอย่างในวันนั้นๆ ฉะนั้น กิจวัตรในยามเช้าของเราบางอย่างที่เราทำซ้ำๆ ด้วยความเคยชินก็ควรเปลี่ยนได้แล้ว เพราะมันอาจส่งผลเสียกับเราได้ อย่างเช่น 8 พฤติกรรมดังต่อไปนี้ ที่ควรเลิกทำในตอนเช้าได้แล้ว เพื่อสุขภาพของตัวคุณเอง   1. การไม่อาบน้ำตอนเช้า บางคนคิดว่าอาบน้ำตอนเช้าทำไม เพิ่งตื่นนอนตัวไม่สกปรกสักหน่อย เดี๋ยวค่อยอาบตอนเย็นก็ได้ แต่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับความสะอาดหรอกครับ เพราะนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดบอกเอาไว้ว่าการอาบน้ำตอนเช้าจะทำให้สมองของเราตื่นตัวและมีสมาธิ นอกจากนี้การอาบน้ำยังสามารถแก้ปัญหาและตอบคำถามต่างๆ นานาได้ดี และยังทำให้สมองของเราผุดไอเดียใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อนอีกด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลที่คุณไม่ควรมองข้ามการอาบน้ำตอนเช้า   2. การอาบน้ำอุ่น ใช่แล้ว การอาบน้ำอุ่นมันสบายตัวใช่ไหมล่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาอากาศหนาว แต่หารู้ไม่ว่า การอาบน้ำอุ่นจะทำให้คุณอยากกลับไปนอนต่อ แต่ถ้าหากว่าคุณอาบน้ำเย็นล่ะก็ คุณจะตื่นตัว สดชื่น และสมองของคุณจะถูกกระตุ้นให้พร้อมสำหรับการทำงานที่หนักขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ น้ำเย็นยังไม่ทำให้ผิวแห้งแบบน้ำอุ่นด้วยนะ ส่วนนักวิทยาศาสตร์ก็พบอีกด้วยว่า ผู้ที่อาบน้ำเย็นเป็นประจำจะมีน้ำหนักลดลงเฉลี่ย 4 กิโลกรัมต่อปี   3. ตื่นมาแล้วเล่นโทรศัพท์เป็นเวลานาน การใช้ชีวิตของคุณจะเป็นอย่างไรในวันนั้นๆ ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณใช้เวลาในตอนเช้าอย่างไร จากการที่คุณเคยเข้าโซเชียลมีเดีย ไปดูชีวิตคนอื่น อ่านคอมเมนต์ หรือข่าวคราวต่างๆ เปลี่ยนมาเป็นใช้เวลาอยู่กับตนเองจะดีกว่า การเข้าไปดูอีเมลทางธุรกิจหรือเรื่องงานก็เช่นกัน มันจะทำให้คุณรู้สึกว่าในวันๆ หนึ่ง คุณมีชั่วโมงการทำงานนานเสียเหลือเกิน ฉะนั้น ลองหันมาเปิดเพลงที่ชอบ หันไปหาคนที่คุณรัก หรือไม่ก็ทำอาหารเช้าอรอ่ยๆ ทานดูสิ   4. เสียเวลาเลือกเสื้อผ้าที่จะใส่ คุณเคยถามตัวเองในตอนเช้าหรือไม่ว่า “วันนี้ฉันจะใส่ชุดไหนไปทำงานดีนะ?” หากเป็นเช่นนี้ มันคงทำให้คุณเสียเวลามากเลยล่ะ แทนที่จะเอาเวลาไปใช้ทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์มากกว่านี้ แต่ต้องเอามาเสียให้กับการเลือกเสื้อผ้าที่มันหลากหลายเกินไป ดังนั้นวิธีแก้ก็ไม่ยากเลย เพียงแค่คุณลองลดความหลากหลายของเสื้อผ้าลง หาแนวที่ชอบให้เจอ แล้วก็จัดสัดส่วนในตู้เสื้อผ้าให้ชัดเจน เช่น ส่วนของชุดใส่ทำงาน ส่วนของชุดใส่เที่ยว หรือส่วนของชุดที่ใส่ไม่บ่อย เป็นต้น…

Read More

ดราม่า ร้านส้มตำ ทำน้ำมะพร้าวหกใส่ ‘กระเป๋าแบรนด์เนม’ ของลูกค้า พังเสียหายเกือบแสน!!!

กำลังกลายเป็นประเด็นร้อนเลยในขณะนี้สำหรับประเด็นดราม่าจากกระทู้พันทิป เป็นเรื่องราวของผู้ใช้งานที่ชื่อว่า ploylady ที่ได้มาตั้งกระทู้เพื่อร้องเรียนในหัวข้อ “ร้านส้มตำนัว ctw ทำทรัพย์สินลูกค้าเสียหาย มูลค่าเกือบ 1แสนบาท “   เรื่องนี้ทางคุณ Ploylady หรือคุณพลอย เจ้าของกระทู้ได้โพสต์ลงในเว็บไซต์พันทิปเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2018 บอกเล่าเหตุการณ์ขณะที่เธอได้ไปรับประทานส้มตำที่ร้านส้มตำแห่งหนึ่งในเซ็นทรัลเวิลด์ #เหมียวบู้บี้ ก็ขอสรุปเหตุการณ์คร่าวๆ ให้เข้าใจง่ายดังนี้ วันที่ 20 มีนาคม 2018 คุณพลอยไปรับประทานอาหารเย็นที่ร้านส้มตำนัว โดยได้นั่งหันหลังให้กับเคาน์เตอร์ ในขณะที่นั่งทานก็มีมะพร้าวตกลงมาจากเคาน์เตอร์ น้ำมะพร้าวหกรดกระเป๋า  LV Brittany มูลค่าประมาณ 60,000 บาท ซึ่งคุณพลอยบอกว่ากระเป๋าใบนี้รักษาเป็นอย่างดี ไม่เคยเปียกน้ำ และน้ำมะพร้าวยังไหลเข้าไปในกระเป๋าโดนกระเป๋าสตางค์ LV Sarah EPI มูลค่า ประมาณ 24,000 บาท อีกทั้งยังโดนชาวต่างชาติโต๊ะข้างๆ จนเปียกไปหมด     คุณพลอยก็จัดการซับน้ำมะพร้าวที่หกรดกระเป๋าทันที มูลค่าความเสียหายรวมกันในครั้งนี้เกือบ 90,000 บาท คุณพลอยโกรธมากและสั่งเช็กบิลทันที พนักงานที่ทำน้ำมะพร้าวหกกล่าวขอโทษ และบอกว่าจะชดใช้ด้วยการจ่ายค่าอาหารในมื้อนี้ให้ แต่กลับกลายเป็นว่า คุณพลอยได้รับส่วนลดแค่ 15% และจ่ายเพียงแค่ค่าเครื่องดื่ม+ภาษีและค่าเซอร์วิจชาร์จ คุณพลอยก็เลยเก็บบิลไว้ วันที่ 21 มีนาคม 2018 คุณพลอยโทรสอบถามร้านสปากระเป๋า เพื่อถามราคาค่าทำสปากระเป๋า ทางร้านก็ประเมินราคาเบื้องต้น กระเป๋าถือ 12,000-15,000 บาท กระเป๋าสตางค์ 4,500 บาท     คุณพลอยโทรศัพท์หาร้านส้มตำนัว แล้วขอคุยกับผู้จัดการร้าน แต่ผู้จัดการร้านยังไม่มา จึงรอจนกระทั่งถึงเวลาบ่ายก็ไม่ได้รับการติดต่อแต่อย่างใด จึงโทรซ้ำไปและแจ้งความเสียหายที่เกิดขึ้น พร้อมบอกราคาค่าสปากระเป๋าและเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผู้จัดการร้านจึงส่งเรื่องเข้าสำนักงานใหญ่ เวลาประมาณ 13.00 น.คุณพลอยได้รับการติดต่อจากผู้ชายคนหนึ่ง สอบถามว่าคุณพลอยจะนำกระเป๋าไปสปาที่ไหน จึงนัดกันเจอที่หน้าร้านสปากระเป๋า และจัดการทุกอย่างทั้งเรื่องส่งกระเป๋าไปสปาและนำใบเสร็จยืนยัน   .   ทางร้านส้มตำบอกว่าจะรับผิดชอบเฉพาะเพียงแค่ค่าสปากระเป๋ามูลค่า 7,000 บาทแต่คุณพลอยต้องการเคลมส่วนต่างระหว่างราคาตลาดของกระเป๋ารุ่นที่คุณพลอยใช้…

Read More