“ดีใจที่ได้ใส่ชุดครุย…” เปิดใจ “น้องจ๊ะจ๋า” สาวขาพิการ ตั้งใจเรียนจบปริญญา ได้รับราชการ

” ดีใจที่ได้ใส่ชุดประถม ดีใจที่ได้ใส่ชุดมัธยม ดีใจที่ได้ใส่ชุดนักศึกษา ดีใจที่ได้ใส่ชุดครุย ดีใจที่ได้ใส่ชุดกากี และดีใจที่เราเติบโตมากขึ้นทุกวัน “     ข้อความด้านบนคือโพสต์ของน้องจ๊ะจ๋า เปิดใจถึงความรู้สึกที่แม้ตัวเองจะขาพิการ ไม่ได้สมบูรณ์แบบคนอื่นเขา แต่ก็สามารถฝ่าฟันจนกระทั่งจบปริญญา และเข้ารับราชการดังที่ตั้งใจไว้…   “จ๊ะจ๋า จิณจุฑา จุ่นวาที” ป่วยเป็นโรคกระดูกเปราะตั้งแต่เด็ก สาเหตุจากการที่แม่ของเธออยากทำแท้งจึงกินยาขับเลือด และส่งผลให้ลูกในครรภ์ไม่สมบูรณ์ หลังจากเกิดมาได้เพียงไม่กี่วัน พ่อและแม่แท้ๆ ก็ทิ้งไป ปล่อยให้อยู่กับ “แม่บุญธรรม” ที่คอยชุบเลี้ยงเธอมา     คุณเคยผ่าตัดกี่ครั้งในชีวิต!? สำหรับเราการผ่าตัดครั้งเดียวหรือสองครั้ง ก็นับว่าเป็นเรื่องใหญ่แล้ว ซึ่งตั้งแต่เด็กจนโต เธอเข้ารับผ่าตัดไปมากกว่า 34 ครั้ง ทั้งแขน ขา กระดูกสันหลัง แทบจะทุกส่วนของร่างกาย ออกไปนอกบ้านแต่ละที ก็ต้องใช้รถเข็นในการเดินทางไปไหนมาไหน  เธอฝ่าฟันอุปสรรคมากมาย และสำหรับคนปกติอย่างเรา การเดินไปเรียนให้จบนั้นก็ยากเหลือเกิน ยิ่งสำหรับคนพิการยิ่งยากไปใหญ่ แต่เธอก็สามารถจบการศึกษาปริญญาตรีสาขาการตลาด จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีมาจนได้     และฝันของเธอหลังเรียนจบ ก็คือการมีงานที่มั่นคงทำ เธออยากจะรับราชการ เธอตั้งใจจนกระทั่งสอบได้ทำงานในกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ต่อจากนี้ไปเธอสามารถเลี้ยงดูตัวเอง เลี้ยงดูแม่บุญธรรมที่ดูแลเธอมา และมั่นใจได้ว่าปัญหาสุขภาพของเธอก็จะมีสวัสดิการรองรับคอยดูแลเธอไปตลอดด้วยเช่นกัน     เรื่องราวของเธอเป็นแรงบันดาลให้กับใครหลายๆ คน สมัครเป็นแฟนคลับติดตาม “น้องจ๊ะจ๋า” เพราะถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้สมบูรณ์แบบ มีความผิดปกติทางร่างกาย… แต่ “จิตใจ” ของเธอช่างยิ่งใหญ่ และควรค่าแก่การยกย่องมากจริงๆ   ติดตามให้กำลังใจน้องจ๊ะจ๋าได้ที่ทวิตเตอร์ Thejajah   คลิปที่ครั้งหนึ่งเคยให้สัมภาษณ์ผ่านรายการทุบโต๊ะข่าว . . . #ประธานเหมียว

Read More

19 ภาพที่พิสูจน์ว่า “ความคิดสร้างสรรค์” อาจทำให้เห็นสิ่งของธรรมดา เป็นสิ่งมหัศจรรย์ได้

สมองของคนเราไม่ได้ถูกสร้างมาให้เหมือนกันทุกคนนะจะบอกให้ ขนาดก้อนเมฆก้อนเดียวกัน แต่ละคนยังมองเห็นเป็นรูปร่างที่แตกต่างกันได้เลย ฉะนั้น มันอยู่ที่ “ความคิดสร้างสรรค์” ของแต่ละคนมากกว่าว่าจะสามารถ มองเห็นความ ไม่ธรรมดา ในสิ่งของที่แสนธรรมดาได้หรือเปล่า ตัวอย่างเช่น รูปภาพที่เราจะนำมาเสนอให้ได้ชมกันในวันนี้จะพิสูจน์ให้เห็นเองว่า เมื่อคุณมีจินตนาการที่ล้ำเลิศ คุณจะมองสิ่งของที่แสนธรรมดาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป งานนี้ต้องบอกเลยว่า “จินตนาการ สำคัญกว่าความรู้” จริงจริ๊ง   1. ชายคนนี้เสนอวิธีแอบฟังเพลงในห้องเรียนแบบคนยุค 3018   2. ถ้าตัวเรามองไอ้ตัว Pac-man จากด้านหน้า หน้าตามันคงประมาณนี้ล่ะมั้ง (Pac-man หรือลูกเจี๊ยบฟระ!)   3. “ลูกสาวผมบอกว่าไอ้เจ้าที่เปิดขวดนี่ หน้าตาเหมือนนกแก้วยังไงไม่รู้”   4. “ดูรอยไหม้นี่สิ มันเหมือนกับรอยเท้าเล็กๆ เหยียบย่ำอยู่บนมือฉันเลยล่ะ”   5. วิธีซื้อขนมสำหรับเทศกาลที่ดีคือ รอให้เลยวันเทศกาลไปก่อน (โอ้โห ลดซะอย่างกับแจก!!)   6. “ดูภาพถ่ายดวงจันทร์ของผมสิ มันดูราวกับว่าผมถ่ายจากหน้าต่างยานอวกาศเลยใช่ไหมล่ะ แต่ผมถ่ายผ่านกล้องดูดาวเท่านั้นเอง”   7. เมื่อคอมพิวเตอร์ของคุณไม่มีรูเสียบ USB ลองวิธีนี้ดู มันใช้ได้จริงนะ (ต่อเป็นของเล่นเลยแหม่)   8. เมื่อมองไปที่เงาแล้วจะรู้ว่า เซนทอร์มีอยู่จริง   9. ไม่มีที่วางกระป๋อง ไม่เป็นไร ใช้เท้าแทนก็ได้…   10. “เป็นไงล่ะ ผ้าห่มของผม ดูเหมือนทะเลทรายเลยล่ะสิ”   11. ภาพมันดูวาดไม่หมดอะ เลยเติมให้…   12. แว่นตาของคุณอาจเป็นขาตั้งมือถือชั้นดีเลยก็ได้   13. เครื่องดื่มอะไรไม่รู้แหละ แต่น่าจะเป็นตรา “แกะห้าขา”   14. สัตว์เลี้ยงในออฟฟิศไม่ได้มีไว้ดูเล่นนะ มันใช้งานได้จริง!!   15. ขณะที่พวกเราพาเจ้าตูบไปเดินเล่น…

Read More

มีปากเสียงอย่างไรให้ “จบสวย” กับคำแนะนำ 10 ประการสำหรับรับมือกับ “การทะเลาะ”

การทะเลาะ หรือการมีปากเสียงกัน ย่อมเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคู่รัก เพื่อน หรือแม้แต่คนครอบครัว แต่แน่นอนว่าไม่มีใครอยากทะเลาะกันนานๆ หรอก ดังนั้นเมื่อมีปากเสียงเกิดขึ้นเราก็ควรจะจัดการให้มันจบอย่างสวยงามที่สุด แต่เราจะจบมันอย่างไรให้ออกมาดีที่สุดล่ะ? เราจะรับมือกับอารมณ์โกรธเกรี้ยวที่เกิดขึ้นได้อย่างไร? การศึกษาทางจิตวิทยามีคำตอบ นักจิตวิทยาจึงแนะนำ 10 พฤติกรรมที่ควรทำ เมื่อต้องรับมือกับการทะเลาะ มีปากเสียง หรือความโกรธ บางข้ออาจดูไม่สมเหตุสมผล แต่เชื่อเถอะว่ามันมีประสิทธิภาพ   1. ต้องใจเย็นและคิดให้รอบคอบ   จำไว้เลยว่า เมื่อคนใดคนหนึ่งโกรธ นั่นไม่ใช่ความผิดของเขา แต่มันคือความผิดของ สภาวะอารมณ์ ต่างหาก พยายาม ใช้ความใจดีและใจเย็นเข้าสู้ แสดงออกให้เขาเห็นว่าเราอยากช่วยให้เขาผ่านพ้นอารมณ์แย่ๆ นี้ไปได้ แต่!! ห้ามพูดว่า “ฉันอยากช่วยเธอนะ” เป็นอันขาด เพราะมันฟังดูเหมือนคุณอยู่เหนือกว่าเขา ทางที่ดีคือควรลดความสำคัญของตัวคุณเองลง และพยายามทำความเข้าใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น   2. ควบคุมอารมณ์ของตัวคุณเอง   อารมณ์ทางลบจะทำอะไรคุณไม่ได้ เว้นแต่คุณจะปล่อยให้ ความโกรธเข้าครอบงำ เวลาเจอคนโกรธหรือโมโห พยายามอย่าคล้อยตาม อย่าโกรธหรือโมโหไปด้วย ทำใจให้เย็นเข้าไว้   3. ทำความเข้าใจปัญหา   บ่อยครั้งที่คนเราโกรธโดยที่ ไม่รู้ว่าอะไรคือสาเหตุ จริงๆ กันแน่ เรามักจะพูดจ้อไปเรื่อย ทำให้ยิ่งสับสบและอาจหลงประเด็นได้ เมื่อเราต้องเจอกับคนแบบนี้ วิธีรับมือก็คือการที่ พยายามแก้ไขปัญหาให้เป็นเหตุเป็นผลมากที่สุด กลยุทธ์ที่ดีที่สุดคือการตั้งคำถามและทวนคำตอบที่เขาได้ตอบมา แต่ควรทวนเฉพาะคำตอบสำคัญๆ เท่านั้นนะ วิธีนี้จะทำให้เขาเหมือนได้ทบทวนตัวเองอีกครั้ง   4. อย่าพยายามหาข้ออ้าง   ไม่ว่าเหตุผลที่คุณทำให้เขาโกรธคืออะไร ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ มันไม่สำคัญเลย หากพวกเขายังอยู่ในอารมณ์โกรธอยู่ คุณจะหาเหตุผลหรือข้อเท็จจริงมาอ้างเท่าไหร่ก็คงไม่ช่วยให้เขาอารมณ์ดีขึ้น ทางที่ดีคือ พยายามเข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่ายเสียก่อน แล้วค่อยอธิบายเหตุผลทีหลังหรืออาจจะไม่ต้องอธิบายเลยก็ได้   5. มุ่งเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาร่วมกัน   แน่นอนว่าเมื่อคุณกับอีกฝ่ายมีปากเสียงกัน แสดงว่าคุณกับเขาต้องมีปัญหาใดปัญหาหนึ่งร่วมกันแน่นอน ให้ลอง ค้นหาสาเหตุ ของการทะเลาะครั้งนี้ให้ออกมาเป็นกลางและชัดเจนที่สุด วิธีนี้จะทำให้มุ่งไปที่สาเหตุหลักเท่านั้น และจะทำให้คุณกับเขาได้ย้อนทำความเข้าใจตนเองอีกด้วย…

Read More

หนุ่มร้องเพลงให้คนในเกมฟัง จู่ๆ “สาวเสียงดี” ก็ร้องแทรก ความรักในสงครามจึงบังเกิด!!

มิตรภาพในเกมนั้น บางครั้งมันมักจะเกิดโดยไม่รู้ตัว เช่นเดียวกับหนุ่มยูทูบเบอร์ชาวญี่ปุ่นคนนี้ที่เขามักจะร้องเพลงในเกมที่เจ้าตัวเข้าไปเล่นเป็นประจำ เพียงแต่ทุกทีจะมีแต่คนฟังไม่มีคนร้องด้วยกับเขา แต่มาคราวนี้มันดันมีคนร้องตอบ แถมเสียงอย่างดีอีกด้วย!! ยูทูบเบอร์ที่ว่านั้นเป็นเจ้าของช่อง オサミンティヌス3世 ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นในเกม Call of Duty: World War 2 ซึ่งเป็นเกมแนวยิงๆ ที่มีธีมเป็นสงครามโลก แน่นอนว่าตามปกติเราคงไม่คาดหวังจะเจอสาวๆ ในเกมประเภทนี้กันสักเท่าไหร่     แต่แล้วเมื่อหนุ่มยูทูบเบอร์ได้เข้ามายังห้องล็อบบี้ของเขา ซึ่งก็มีคนมากมายมารอฟังเขาร้องเพลง โดยเพลงที่เขาประกาศว่าจะร้องนั้นมีชื่อว่า 瞬き ของวง back number     แต่ทีนี้พอประกาศเพลงและกำลังจะเริ่มร้อง อยู่ดีๆ ก็มีเพลงจากผู้เล่นอีกคนในห้องลอยออกมา ซึ่งจากนั้นไม่นานก็มีสาวเสียงดีคนหนึ่งร้องเพลงเดียวกันกับที่ยูทูบเบอร์คนนี้ประกาศ ที่สำคัญเสียงของเธอนั้นไพเราะมากๆ จนเจ้าของห้องยังต้องตกใจว่ามาจากไหน   ใคร!? ใครร้องแทรก   เจอตัวแล้ว เธอคนนี้นี่เอง   ซึ่งหลังจากได้รู้ต้นต่อ ยูทูบเบอร์หนุ่มก็เลยขอร้องแจมด้วย สาวเจ้าก็โอเค งานนี้การร้องประสานอันไพเราะจึงบังเกิดขึ้น!!   ใครอยากฟังว่าสาวสวยนักแบกร้องเพลงจริงไหม แล้วร้องเพราะแค่ไหนเชิญเลย แค่ฟังเสียงก็ฟินแล้ว   หลังจากทั้งคู่ร้องเพลงจบ หนุ่มยูทูบเบอร์ก็เลยชวนสาวเจ้าไปเล่นเกมด้วยกัน กะสานต่อมิตรภาพจากากรร้องเพลง และแน่นอนหวังโชว์เทพให้สาวดูตามสไตล์ แต่…   เดี๋ยวพี่แบกน้องเอง!!   ผลที่ออกมาคะแนนของสาวน้อยดันสูงลิบ เรียกว่าอันดับหนึ่ง สรุปกลายเป็นถูกสาวน้อยเสียงดีแบกไปซะอย่างนั้น ปั๊ดโถ่ว   ไหงสาวเจ้าเป็นคนแบกเฉยเลย   โถวพ่อหนุ่ม กลับไปฝึกมาใหม่เร๊วววววว!! ที่มา オサミンティヌス3世

Read More

เปิดใจสาว “ไม่อยากนอนกับปั๋ว” เพราะต้องเผื่อที่นอนให้ “แมว” ไว้กอดนุ่มนิ่มอุ่นใจกว่า

ชีวิตคู่ของคนเรานั้นเป็นปกติธรรมด๊าธรรมดาอยู่แล้วที่จะต้องนอนอยู่ร่วมเตียงเดียวกัน (นอนเฉยๆ นะ!) ยิ่งถ้ามีการแบ่งเตียงออกเป็นสองซีกอย่างชัดเจนยิ่งดี จะได้หลับฝันดีเป็นสองเท่า… เมื่อมีสัตว์เลี้ยงสุดพิเศษเข้ามาอีกหนึ่งตัว สำหรับคู่อื่นคงไม่มีปัญหาอะไรกับการที่ให้สัตว์เลี้ยงขึ้นมานอนด้วย แต่นั่นไม่ใช่กับหญิงสาวคนนี้ เพราะว่าจะต้องมีหนึ่งคนหรือหนึ่งตัวต้องไปนอนบนพื้น     Holly Brockwell หญิงสาวนักเขียนด้านเทคโนโลยีวัย 32 ปี ผู้มีความสุขกับการได้ฟัดน้องเหมียว Mwari ทุกๆ คืน แต่กรรมดันไปตกที่แฟนหนุ่ม Zack Fox วัย 26 ปี ที่ต้องไปนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเตียง เพราะเธอไม่ยอมให้เขานอนบนเตียงเดียวกับเจ้าเหมียว!!   น้องเหมียว Mwari   ทางออกสำหรับปัญหานี้ก็คือ ต้องไปนอนแยกห้องกัน โดยที่เธอตั้งข้อตกลงกับแฟนหนุ่มว่า ควรจะแบ่งที่นอนให้น้องเหมียวสำหรับห้องเธอ เพราะมันตัวเล็กและกำลังน่ารักมากๆ จนกว่ามันจะโตกว่านี้ แล้วค่อยแยกห้องสำหรับเจ้า Mwari ทีหลัง     และเป็นที่น่าแปลกใจมากๆ ถึงแม้จะไม่ได้นอนด้วยกันทุกคืน แต่ความสัมพันธ์ระหว่างสองคนก็ไม่ได้จืดจางลงแต่อย่างใด แถมยังเพิ่มทวีคูณขึ้นทุกวันเพราะมีเจ้าเหมียวมาอยู่ด้วยนี่แหละ     โดยทั้งคู่จะแบ่งพื้นที่ส่วนกลางสำหรับช่วงเวลาตอนเย็นของทั้งสองเอาไว้ Holly จะนอนกอดรัดฟัดเจ้าเหมียวพร้อมกับนั่งดูทีวีบนโซฟา พอ Zack กลับจากทำงานมา เธอก็จะหลบไปอยู่ในห้องนอนพร้อมแมว เพื่ออ่านหนังสือจนกว่าจะง่วงและนอนหลับไป   มีเจ้าเหมียวอีกตัวด้วยนะ ชื่อว่า Moose แต่ชอบนอนบนโซฟามากกว่า   บางคนก็สงสัยเหลือเกินว่ามันจะส่งผลกระทบระยะยาวกับชีวิตคู่หรือไม่ Holly เผยว่าคนส่วนใหญ่จะมองว่าเรื่องของพวกเขาเป็นชีวิตคู่ที่แปลก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้กระทบอะไรกับทั้งสอง และจะไม่เปลี่ยนวิธีแบบนี้จนกว่ามีความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยน   ที่มา : thesun, ladbible

Read More

20 เรื่องแสบ เกี่ยวกับ ชีวิตก่อน VS หลังแต่งงาน แต่ละเรื่องเหมือนเล่าออกมาทั้งน้ำตา…

ว่ากันว่าการแต่งงานนั้นเป็นสิ่งที่น่ายินดีที่สุดของชีวิต นอกจากตัวเราเองแล้ว พ่อแม่ก็จะปลื้มปีติไปด้วยที่ลูกสาวลูกชายของตนได้เป็นฝั่งเป็นฝากับเขาเสียที แต่ว่า ชีวิตหลังแต่งงานนี่มันจะเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างที่เขาว่ากันหรือเปล่าล่ะ? เราลองไปดูที่เรื่องเล่าจากอินเทอร์เน็ตกันดีกว่าว่า ชีวิตก่อนแต่งงาน VS ชีวิตหลังแต่งงานนั้นมันแตกต่างกันอย่างไรบ้าง   1. วิธีการเดินที่เปลี่ยนไป ตอนคบกัน: *จับมือ* พอหมั้น: *ควงแขน* หลังแต่งงาน: *คนหนึ่งเดินนำหน้าไป 2 เมตร พร้อมหันกลับมาตะโกนใส่อีกคนว่า “ทำไมจอดรถไกลจังวะ!!”*   2. ตอนคบกัน: รถบิ๊กไบก์คันโก้ กับน้องนางสุดเซ็กซี่ หลังแต่ง: ความเฟี้ยวที่หมดไป แต่ได้รถจ่ายตลาดมาแทน   3. เมื่อฉันใส่เสื้อซีทรู ทับบนชุดเดรสกระโปรง ตอนคบ: “โอ้ว อู้ว เซ็กซี่จังเลยตัวเอง” หลังแต่ง: “หืม เสื้อผ้าตัวอื่นเอาไปซักหมดแล้วหรอ?”   4. ก่อนแต่ง VS หลังแต่ง (น่าจะเพราะกินดีอยู่ดีมากขึ้นกว่าเดิมล่ะนะ)   5. การมีเซ็กส์ตอนคบกัน: ทานมื้อเย็น ต่อด้วยวาจาหวานๆ เริ่มจาให้คล้อยตาม แล้วก็เริ่มเล้าโลม การมีเซ็กส์หลังแต่งงาน: “แก้ผ้ารอเลยนะ พอฉันอาบน้ำเสร็จจะได้ปั่มป๊ามกันเลย”   6. การแต่งหน้า ภาพซ้าย: การออกเดตครั้งแรก ภาพขวา: หลังแต่งงานแล้ว   7. ก่อนแต่งอย่างกับเดอะฮัลค์ หลังแต่งแหม…เป็นแค่เชร็คก็บุญแล้ว (ทำไมมันดูอ่อนด๋อยลงเยอะเลยฟะ)   8. ตอนคบกัน: “แหมน่ารักจริงๆ เลยเด็กโง่เอ้ย แค่หากุญแจแค่นี้ก็ไม่เจอ” หลังแต่งงาน: “กุญแจก็แขวนอยู่ตรงนั้นไง!! ถ้าเป็นงูคงฉกตายแล้ว ตรูจะบ้า”   9. ตอนคบกัน: “ฉันคงไม่มีวันโกรธเธอได้ลงหรอก” หลังแต่งงาน: นี่ผ่านมา 3 สัปดาห์แล้ว เราทั้งคู่ก็ยังไม่คุยกัน เพียงเพราะทะเลาะกันเรื่องตะกร้าซักผ้า  …

Read More

เปิดรายได้ดาราเซเลบไทย เอาสินค้าไปถือเล่นๆ ไม่ต้องกินเอง จ้างกันโพสต์ละเท่าไร!?

อย่างที่ทราบกันดีแล้วว่าในตอนนี้ ผลิตภัณฑ์แบรนด์อาหารเสริม “เมจิก สกิน” นั้นกลายมาเป็นที่พูดถึงในสังคมอย่างกว้างขวาง ทั้งในแง่ของความถูกต้องตามกฎหมาย และการว่าจ้างดาราคนดังมารีวิวสินค้า ทั้งที่เจ้าตัวยังไม่ได้ลองใช้เองเลย…     ซึ่งนอกเหนือจาก เมจิก สกิน แล้ว ก็ยังมีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมในเครืออีกมากมาย ที่ว่าจ้างให้ดาราออกมาโพสต์โปรโมทสินค้าของตัวเองผ่านโลกออนไลน์ แน่นอนว่าจะต้องมีค่าใช้จ่ายต่อโพสต์ด้วย แล้วแต่ละครั้งจะมีอัตราอยู่ที่เท่าไหร่กัน? จากข้อมูลที่นางวรรณภา พวงสน (เฟิร์น เมจิก สกิน) ผู้เป็นเจ้าของบริษัทได้ให้การหลังมอบตัว เปิดเผยถึงจำนวนตัวเลขการว่าจ้างให้ดารารีวิวและถือสินค้าในเครือบริษัท มีตั้งแต่จำนวน 10,000 บาทไปจนถึง 50,000 บาทต่อโพสต์กันเลยทีเดียว     ทางแคทดั๊มบ์ประเมินจากข้อมูลต่างๆ ที่รวบรวมมา ราคาต่อโพสต์ของดาราและเน็ตไอดอล นั้นจะขึ้นอยู่กับความนิยมและยอดผู้ติดตาม โดยสามารถสรุปเป็นเรตราคาได้เป็นขั้นๆ ดังต่อไปนี้… 1) 100,000 บาทต่อโพสต์ ระยะเวลา 2 สัปดาห์ สำหรับดารายอดนิยมหรือคนดังที่มีผู้ติดตามเยอะ 2) 80,000 – 85,000 บาทต่อโพสต์ ระยะเวลา 1 สัปดาห์ สำหรับดาราคนดังที่มีจำนวนผู้ติดตามรองลงมา 3) 50,000 บาทต่อโพสต์ ราคาสำหรับยอดผู้ติดตามที่มากกว่า 200,000 คนขึ้นไป 4) 35,000 – 45,000 บาทต่อโพสต์ ราคาสำหรับยอดผู้ติดตามจำนวน 100,000 คนถึง 200,000 คน 5) 10,000 – 25,000 บาทต่อโพสต์ ราคาสำหรับวางสิ่งของไว้เฉยๆ 10,000 บาท, ถือสินค้า 20,000 บาท, ถ่ายเป็นคลิป 25,000 บาท   สำหรับเน็ตไอดอลหรือบุคคลสาธารณะบนอินเทอร์เน็ตนั้น จะมีอัตราการว่าจ้างอยู่ที่ประมาณ 1,000 – 10,000…

Read More

นักร้องสาวแฉ “พระสงฆ์” ทักแชตมาขอ “ลงนะให้ทั้งตัว” ว่างเมื่อไหร่บอกอาตมา!!

ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงกันอีกแล้วสำหรับ “พระสงฆ์” ผู้ที่ถือได้ว่าเป็นตัวแทนของพระพุทธศาสนา เมื่อมีพระสงฆ์รูปหนึ่งได้ทักแชตไปหาสาวเซ็กซี่ด้วยข้อความลามกแฝงเลศนัย สาวผู้ทีี่ได้รับแชตจากพระสงฆ์ได้ออกมาเผยผ่านเฟซบุ๊ก Kantinee Tungjessadaput พร้อมภาพหลักฐาน ว่าตนได้รับแชตไม่เหมาะสมจากพระสงฆ์รูปหนึ่ง ที่มีทั้งวาจาและรูปภาพที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง     โพสต์ดังกล่าว   คุณ กันทินี ตั้งเจษฎาพุฒิ หรือ นุ่น อายุ 28 ปีเปิดเผยว่าตนได้เข้าไปเช็กข้อความที่ยังไมได้อ่าน กลับไปสะดุดตาเข้ากับช่องแชตที่มีข้อความจากพระสงฆ์ โดยส่งมาถึงสองครั้ง ในครั้งแรกข้อความถูกส่งมาในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ และล่าสุดเดือนเมษายน พระสงฆ์รูปนี้ได้ส่งข้อความมาอีกครั้ง เป็นข้อความที่ชมว่านางสาวกันทินีเป็นคนมีเสน่ห์ แต่เท่านั้นยังไม่พอ กลับแนบรูปวาบหวิวของเธอมาพร้อมกับบอกว่า จะอาสา “ลงนะ” ให้ทั้งตัว ขอแค่อยู่คนเดียวเมื่อไหร่ให้รีบบอก   . . .   หลังจากนั้นทาง รายการทุบโต๊ะข่าว ทางช่อง Amarin TV ได้ทำการสัมภาษณ์คุณนุ่นว่ารู้สึกอย่างไรกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยทางคุณนุ่นเองก็มองว่าเป็นสิ่งที่น่าเกลียดและไม่สมควรอย่างยิ่ง การที่พระสงฆ์เข้ามาขอลงนะให้ทั้งตัวแบบนี้ตนมองว่าไม่ใช่กินของสงฆ์และยังดูเหมือนว่ามีเจตนาแอบแฝงอีกด้วย อีกอย่าง ตัวของนุ่นเองก็ไม่ได้สนใจเรื่องของการเพิ่มเสน่ห์ด้วยวิธีการทางไสยศาสตร์อยู่แล้ว     ชมคลิปข่าวจาก ทุบโต๊ะข่าว ช่อง Amarin TV ได้ด้านล่าง ปิดท้ายด้วยคำกล่าวจาก พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ ที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ก็แล้วกันว่า แน่นอนอยู่แล้วว่า พระสงฆ์ที่ส่งข้อความไปหาสีกา พร้อมทั้งพูดจาเกี้ยวพาราสี และยังมีการส่งรูปภาพวาบหวิวแนบไปด้วยนั้น เป็นเรื่องผิดอาบัติ แต่อย่างไรก็ตาม ต้องสืบให้ได้ว่าพระผู้นั้นเป็นพระสงฆ์จริงหรือไม่ อยู่ที่วัดใด จะได้ทำการสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป   ที่มา: Kapook และ Amarintv

Read More

10 ชาวเน็ตร่วมแชร์ 10 ประสบการณ์แปลกๆ ในครอบครัวตอนเป็นเด็ก โตมาก็ได้แต่สงสัย!?

เคยคิดบ้างไหมว่าบางครั้งคนเราก็มีเรื่องแปลกๆ ที่ทำลงไปโดยไม่รู้ตัวอยู่เสมอๆ ไม่รู้ตัวในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าทำลงไปโดยสัญชาตญาณ แต่เป็นการไม่รู้ตัวว่าสิ่งที่เราทำนั้นมันแปลกต่างหาก โดยเฉพาะสิ่งที่เราทำในวัยเด็กแล้วด้วย อย่างไรก็ตามคนเรานั้น เมื่อโตขึ้นก็จะเริ่มรู้สึกถึงความแปลกของเรื่องที่เราคิดมาตลอดในสักวันหนึ่ง… ใช่แล้ว เหมือนกับคนเหล่านี้นั่นเอง   1. จะบอกว่าแอบหลอนนะเนี่ย ตอนที่ผมกับพี่รู้ความจริงว่าซานต้าไม่มีอยู่จริง หลังจากวันนั้นของขวัญคริสต์มาสของพวกเราก็มาจากสัตว์เลี้ยงบ้าง สัตว์เลี้ยงที่ตายไปแล้วบ้าง แถมไปๆ มาๆ ในคริสต์มาสปีหนึ่งก็มีของขวัญส่งมาจาก วิญญาณของอียอเฉยเลย สงสัยพ่อแม่จะคิดอะไรไม่ออกแล้ว   2. ชอบแสบๆ คาวๆ ก็บอกกันดีๆ ไม่รู้เป็นไงตอนเด็กเวลากินข้าวเสร็จจะชอบแอบเอาน้ำปลา, น้ำตาลทราย..แล้วก็พริกป่น เทใส่ถุงเล็กๆ มัดติดกันแล้วเอาไปไว้ใต้ที่นอนแล้วก็นอนทับ พอเวลานอนทับทุกวันถุงน้ำปลาก็แตก กลิ่นน้ำปลาก็เลยฟุ้งทั่วห้องนอน โดนตาจับได้ก็เลยโดนตีจนขาลาย แต่..ก็ไม่เข็ดพอตาเผลอก็ทำแบบเดิมอีก โดนจับได้ก็โดนตีอีก เคยคิดอยู่เหมือนกันว่า..ตอนนั้นทำไมต้องทำแบบนั้น ทำไปแล้วมันได้อะไรขึ้นมา..หาคำตอบให้กับตัวเองไม่เจอ หรือว่า…จะเป็นโรคจิต?   3. ถ้าเครื่องมันเสียไปนานแล้วก็พอจะเข้าใจอยู่นะ ที่บ้านของผมใช้เครื่องล้างจานเป็นที่เก็บของ ที่เก็บของที่ว่านี่ไม่ใช่จาน ชาม หรือว่าถ้วยนะ แต่เป็นข้าวของเครื่องใช้อะไรต่ออะไรมั่วๆ ซั่วๆ เต็มไปหมด ต่างหาก   4. จะว่าไปทำไมเด็กๆ ชอบกินยางลบกันจัง ตอนอยู่อนุบาล นั่งแทะยางลบกับเพื่อน แต่มันไม่หมดซะทีเลยยัดใส่หู แล้วแงะไม่ออก ครูก็เอาไม่ออก ต้องเรียกคุณพ่อมารับกลับบ้าน แล้วพาไปให้หมอแงะออก พอโตก็เลยคิดว่าตอนนั้นทำไมทำอะไรบ๊องส์ขนาดนั้น กินทั้งยางลบ ทั้งเอาใส่หู   5. ก็เข้าท่าดีนะ ตรงตัวดี ฉันเรียกรีโมททีวีว่า ที่เปลี่ยนช่อง มันอาจจะดูเป็นเรื่องแปลกเล็กน้อย แต่ที่บ้านฉันก็เรียกแบบนั้นตามฉันกันทั้งบ้านเลย   6. อย่างน้อยก็ไม่หายแน่นอนนะ บ้านของผมมีธรรมเนียมเก็บเทปใสไว้ในที่ที่ทุกๆ คนจะหาเจอ… มันก็ฟังดูดีใช่ไหมล่ะ แต่มันดันเป็นในตู้เย็นนี่สิ   7. นี่มันนักวางเพลิงนี่หว่า ผมชอบ จุดไฟเล่น เผาโน่นเผานี่ เอาขยะมาเผาเล่น (ทำงานแทนคนเก็บขยะ) เคยเผาจนไฟกองใหญ่มาก จนชาวบ้านต้องมาดุด่า ก่อนพากันวิ่งหนี สนุกดี ไม่รู้ทำไปได้ไง…

Read More

ไม่ใช่ไปทำร้ายเค้า!! 8 คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ เรื่องที่ควรทำ หากโดนคนรัก ‘หักหลัง – นอกใจ’

ว่ากันด้วยเรื่องของความสัมพันธ์แบบคู่รัก เมื่อวันหนึ่งมันเดินทางมาถึงจุดจบ ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุอะไรก็ตามมันย่อมสร้างความเจ็บปวดใจให้กับทั้งสองฝ่าย และเมื่อถึงเวลานั้นหลายๆ คนก็มักจะมีวิธีการในการรับมือกับความรู้สึกของตัวเองแตกต่างกันออกไป บ้างก็ร้องไห้ โศกเศร้าเสียใจ ไม่เป็นอันทำอะไร บ้างก็พยายามง้อขอคืนดี แต่สำหรับเหล่าบุคคลที่ความสัมพันธ์ของตัวเองถูกทำลายลงด้วยน้ำมือของอีกคนนั้นดูเหมือนจะหนักที่สุด เพราะอยู่เฉยๆ ก็ต้องมาเสียใจจากความไม่พอของอีกฝ่าย แต่สำหรับวันนี้ #เหมียวหง่าว จะขอพาเพื่อนๆ ไปอ่านคำแนะนำจากเว็บไซต์ Reader’s Digest ที่จะมาแนะนำถึงสิ่งที่ไม่ควรทำ หากคุณถูกคู่รักหักหลังหรือนอกใจ เพื่อเป็นการวางแผนในชีวิตว่าคุณจะเดินต่อไปข้างหน้าได้อย่างเข้มแข็ง   1. ล้มเลิกความคิดที่จะแก้แค้นออกไปเสีย Jane Greer ผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสัมพันธ์ มีดีกรีจบปริญญาเอกทางด้านนี้ ได้แนะนำว่าไม่ควรไปด่าหรือประจานคู่รักของคุณผ่านทางเฟซบุ๊ก หรือตามไปด่าถึงบ้าน การทำแบบนี้จะทำให้จมปลักอยู่กับความเศร้าเสียใจ และมันจะไม่ทำให้ความรู้สึกไม่ได้รับการเยียวยาอย่างที่ควรจะเป็น   2. จงอย่าจมปลักอยู่กับความเศร้า April Masini ผู้เชี่ยวชาญทางด้านความสัมพันธ์และมารยาท จากนิวยอร์ค ได้แนะนำว่า “เป็นเรื่องธรรมดาที่คุณจะร้องไห้ ครั้งหรือสองครั้งหลังจากอกหัก แต่การขลุกตัวอยู่ที่ห้อง ปิดหน้าต่างปิดผ้าม่านมิดชิด เปิดไอศกรีมกิน  พร้อมกับเปิดดูคลิปวิดีโอในแล็บท็อป ไม่ยอมรับโทรศัพท์จากเพื่อนๆ เป็นเรื่องที่ไม่ดีเลยและไม่ควรทำอย่างยิ่ง” สิ่งที่เกิดขึ้นมันอาจจะหนักหนาสาหัสสำหรับเราแต่สิ่งที่ต้องคิดเอาไว้เสมอคือชีวิตยังไม่จบอยู่แค่นี้ การไม่ออกไปไหนเป็นการตัดโอกาสที่จะทำให้คุณได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ และการได้พบเจออะไรใหม่ๆ ซึ่งมันอาจจะดีกว่าก็ได้     3. อย่าทำเหมือนกับว่าตัวเองตกเป็นเหยื่อของการถูกทำร้าย “มันก็จริงอยู่ว่าคุณไม่สมควรได้รับการหักหลัง หรือนอกใจจากคู่รักของคุณ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องทำตัวเหมือนกับว่าตัวเองเป็นเหยื่อและโดนทำร้ายอย่างร้ายแรงจนมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้” “การทำแบบนี้จะทำให้คุณรู้สึกไร้ที่พึ่งและความรู้สึกของคุณก็จะถูกทำลาย นอกจากนี้ยังทำให้คุณรู้สึกแย่กับตัวเอง” ดอกเตอร์ Greer ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์กล่าว     4. อย่าเอาเด็กเข้ามาเกี่ยว “หากคุณมีลูก จงพยายามอย่าให้เขาเข้ามายุ่งเรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคุณเด็ดขาด นอกเสียจากว่ามันจำเป็นจริงๆ ซึ่งกรณีแบบนั้นก็คือให้เขาเลือกว่าจะไปอยู่กับใครหากต้องหย่าร้างกัน” ดอกเตอร์ Greer กล่าว “พวกเขาสามารถรู้ได้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันไม่มีใครอยากให้เกิด แต่ก็ต้องบอกพวกเขาด้วยว่าแม้จะไม่ได้อยู่ด้วยกันแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ได้เจอกันไปตลอดกาล” ดอกเตอร์ Masini กล่าว     5. อย่าให้คนอื่นตัดสินใจแทน เพื่อนของคุณบอกว่าให้เลิกเลย ส่วนเพื่อนของฝ่ายแฟนก็บอกว่าให้อภัยเขา/เธอเถอะ ลองให้โอกาสดูสักครั้ง หากเจอกรณีแบบนี้ให้ฟังเสียงของตัวเองจะดีที่สุด “ตัวคุณเองเป็นคนที่รู้ดีที่สุดว่าอะไรดีสำหรับคุณ” Antonia Hall…

Read More